• TOKYO
  • SENDAI

PICTURE & SHARE

แนะนำเสน่ห์ของเซนได เมืองหน้าด่านของโทโฮขุ และประสบการณ์ที่เก็บไว้เป็นพิเศษ ซึ่งจะทำให้อยากเก็บเอาไปเล่าต่อ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายรูปแล้วบอกต่อทาง SNS

Official Tokyo Travel Guide
http://www.gotokyo.org/th/index.html

Local government official website
http://sendai-travel.jp/?lang=th

นักท่องเที่ยว

  • บอยสะดุดตา 
    บล็อกเกอร์
    ที่อยู่อาศัย:กรุงเทพฯ ประเทศไทย
  • วิมลสิริ เอี่ยมปรีชา
    นักข่าว
    ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
    สถานที่เกิด:กรุงเทพฯ ประเทศไทย

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

JAL34 ตรวจสอบวิธีการเดินทางจากประเทศของตนเอ

  • บอยสะดุดตา 

    นั่งเครื่องบิน JAL จากเมืองไทย มาญี่ปุ่น : อาหารอร่อย และชอบชาเขียวร้อนบนเครื่องมาก เพิ่งรู้ว่า มีสายการบินที่ลงสนามบิน นานาชาติโตเกียวด้วย (สนามบินฮาเนดะ) และก็อยู่ใกล้เมืองมากๆ เดินทางสะดวกด้วยรถบัสเข้าเมือง การบริการบนเครื่องจัดว่าดี

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียวmore

เป็นประตูเข้าออกทางอากาศของโตเกียว ภายในอาคารผู้โดยสารเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์มากมาย สามารถชมทิวทัศน์ของอ่าวโตเกียวได้จากจุดชมวิวบนดาดฟ้า ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้โดยสารที่จะเดินทางก็สามารถเพลิดเพลินได้

ภายในกรุงโตเกียว

วันแรก

TOKYO

โตเกียวครูซ สายแม่น้ำสุมิดะmore

เป็นการเดินทางท่องเที่ยวทางเรือเพลิดเพลินกับการชมแม่น้ำสุมิดะโดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที 12 สะพานที่ใช้ข้ามแม่น้ำระหว่าง "อะซากุสะ" และ "ฮิโนเดซันบาชิ" มีแต่สะพานที่มีเอกลักษณ์ทางด้านสีและรูปทรงทั้งนั้น เช่น สะพานอาซึมะบาชิและสะพานคิโยสึบาชิ เป็นต้น นั่งฟังเสียงแนะนำสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในเรือ และชมการเปลี่ยนแปลงของอ่าวโตเกียว สามารถค้นพบอารมณ์ของทั้งเอโดะและโตเกียวในปัจจุบันได้

โตเกียวครูซ สายแม่น้ำสุมิดะ
【ท่าลงเรืออะซากุสะ】→ฮามะ ริคิว
35นาที・740 เยน

สวนฮามะ ริคิวmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

มีสระน้ำที่ดึงเอาน้ำทะเลเข้ามาและสระที่ใช้ล่านกเป็ดน้ำ 2 ที่ ในสมัยเอโดะ เป็นปราสาทสาขาของปราสาทเอโดะ โดยใช้เป็นสวนของตระกูลโชกุนโทขุกาว่า กล่าวกันว่าถูกทำให้เสร็จเรียบร้อยจนเป็นรูปร่างของสวนในปัจจุบันในยุคของอิเอะนะริ โชกุนคนที่ 11 หลังจากฟื้นฟูยุคเมจิได้กลายเป็นที่ประทับสำหรับแปรพระราชฐานของราชวงศ์ และเปลี่ยนชื่อเป็น "ฮามะริคิว"

  • บอยสะดุดตา 

    การเดินทางสะดวกดีครับสำหรับการใช้บัตร Suica วันแรกมาถึงยังงงๆกับการขึ้นลงสถานีรถไฟอยู่บ้าง เพราะทางเข้าออกค่อนข้างเยอะ ต้องใช้การจำด้วยการถ่ายรูปป้ายไว้ก่อน แต่ปรับตัวได้มากขึ้นวันท้ายๆ เริ่มดูแผนผังเป็น

    มาวัดอาซากุสะ ได้ยินชื่อมานานเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก เป็นวัดใหญ่ ผู้คนให้ความสำคัญและมาที่วัดแห่งนี้กันมาก ร้านค้าบริเวณหน้าวัดก็จัดได้เป็นระเบียบเรียบร้อยดี ได้กินขนมขึ้นชื่อ เมล่อนปัง ของร้านดังซะด้วยเทียบกับร้านที่ขายคล้ายกัน มันอร่อยแตกต่างจริงๆ

    ประสบการณ์การนั่งเรือเที่ยว Tokyo Cruise ทำให้ได้เห็นว่ามีสะพานเยอะจริงๆ และแต่ละสะพานก็มีความสวยงามแตกต่างกันไป เจอเด็กๆญี่ปุ่นบนเรือ น่ารักกันมากๆ คงมาทัศนศึกษา

    สวน Hama-rikyu Gardens เป็นสวนที่เก่าแก่และยาวนานจริงๆ คิดภาพถึงตอนซากุระบานคงสวยมากแน่ๆ สะอาด และสงบ โดยเฉพาะ ร้านชาริมทะเลสาบ ชอบบรรยากาศมากทีเดียว อยากนั่งอยู่นานๆ

    SUSHI ISHIJIMA

    อาหารกลางวัน ประทับใจในรสชาติมากทีเดียว มันกลมกล่อมมากๆ กินที่ ร้าน"อะโออิมะรุชิน" เนื้อปลาบางชนิดผมได้กินเป็นครั้งแรก เพิ่งได้เห็นถึงเสน่ห์ของการปั้นซูชิ ให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมนั้นเป็นอย่างไร การเรียงลำดับเสิร์ฟอาหารของร้านก็น่าสนใจ ทำให้รสชาติแต่ละอย่างชัดเจนทีเดียว …คนมาต่อคิวกินหลายคน ทึ่งที่พวกเขายืนรอเพื่อกินอาหารร้านนี้ แสดงว่าอร่อยจริง

    การเดินทางมาที่ร้านอาหาร ใช้รถไฟใต้ดิน ออกจากสถานีรถไฟชิมบะชิ ไปสถานีรถไฟกินซ่า และเดินต่อเล็กน้อย แต่ก็ยังยากที่จะจำเส้นทางได้ แต่ไม่เป็นปัญหา ผมพล๊อตตำแหน่ง GPS ไว้

    เดินเล่นย่านกินซ่า (Ginza) ออกจากร้านอาหารเดินมานิดเดียวก็เข้าเขตกินซ่า เป็นพื้นที่ช้อปปิ้งที่คนไทยชอบและใช่เวลาในการเที่ยวที่นี่นาน ถ้ามีโอกาสกลับไปใหม่ ผมอาจจะทำแผนที่แนะนำในย่านนี้สำหรับคนไทย

  • วิมลสิริ เอี่ยมปรีชา

    การเดินทางเริ่มต้นจากท่องเที่ยวในโตเกียว สถานที่ยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยวชาวไทย ครั้งนี้เราพักที่โรงแรม Hotel Grecery Shinjuku เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่บนโรงภาพยนต์ TOHO แถมมีก๊อตซิลล่ายักอยู่บนตึกอีกด้วย ภายในโรงแรมก็มีของฝากเกี่ยวกับก๊อตซิลล่าวางจำหน่ายและเราสามารถเดินไปถึงเจ้าก๊อตซิลล่าได้จากล๊อบบี้อีกด้วย ใกล้จากสถานีรถไฟชินจูกุสะดวกแกการท่องเที่ยวมากๆค่ะ จากนั้นเราจึงเดินต่อสู่วัดโซเซนจิที่เรารู้จักกันในชื่อวัดอาซาคุสะ หรืออีกชื่อคือวัดโคมแดงค่ะ วัดแห่งนี้เป็นวัดที่ประดิษฐานพระแม่คันนอนที่มีขนาดใหญ่เป็น 1 ใน 3 ของพระแม่คันนอนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น พระแม่คันนอนของชาวญี่ปุ่นก็คือเจ้าแม่กวนอิมของบ้านเราค่ะ ตลอดทางเดินจากทางเข้าหน้าวัดสู่ตัววัดนั้นก็มีร้านค้ามากมาย ขายสินค้าของฝากและขนมค่ะ ที่ขาดไม่ได้คือ อาเกะมันจู หรือซาลาเปาทอดต้องมาทานให้ได้นะคะ

    หลังจากเดินชมเที่ยววัดอาซาคุสะเรียบร้อยแล้วเราก็เดินมุ่งตรงสู่แม่น้ำซุมิดะกาวะกันเลย เพียงเดินจากหน้าวัดอาซาคุสะไปทางตึกอาซาฮีนั่นเอง จากตรงนี้เรามองเห็นได้ง่ายๆ รวมถึงมองเห็นโตเกียว สกาย ทรี ด้วย เมื่อเดินถึงตรงแม่น้ำแล้วเราจะขึ้นเรือชมทิวทัศน์ของกรุงโตเกียวกันค่ะ โดยใช้บริการของ Tokyo Cruise และเราล่องเรือสาย Sumidagawa Line ก็ราคาเพียง 740 เยนเท่านั้นค่ะ บนเรือนั้นมีที่นั่งสำหรับทานขนมจิบน้ำขณะชมทิวทัศน์ไปพลางด้วย บวกกับอากาศที่แจ่มใส ทำให้การชมทิวทัศน์ในวันนี้ สวยงามมากๆเลยค่ะ

    และเราก็ลงที่ท่าเรือสวนฮามะริคิว สวนแห่งนี้เป็นส่วนที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยเอโดะเพื่อเป็นที่พำนักของโชกุน และเป็นท่าเรือสำหรับเดินทางไปยังเมืองต่างๆ สวนแห่งนี้จัดสวนด้วยศิลปะแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เหมาะแก่การมาเดินชมมากๆ และพลาดไม่ได้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิกับซากุระที่ผลิบานที่รับรองว่าต้องประทับใจค่ะ

    จากนั้นเดินทางต่อไปยัง สถานี Takaracho เพื่อไปยังร้านซูชิ Ishijima เป็นร้านขึ้นชื่อใกล้ๆ ย่านกินซ่าปลาสดๆส่งตรงจากกตลาดซึคิจิ และการทำซูชิเฉพาะแบบของร้านนี้ ทำให้รสชาดของซุชิและปลานั้นโดดเด่นมากยิ่งขึ้น หากมีโอกาสอีกจะมาทานอีกครั้งแน่นอนค่ะ

    จากนั้นไปเดินต่อย่านกินซ่า ย่านสุดหรูของกรุงโตเกียว ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนมชื่อดังจากทั่วโลกมาตั้งไว้ที่นี่ พร้อมขนมหวานแสนอร่อยให้ได้แวะทานกันอีกด้วย จะเป็นขนมหวานแบบญี่ปุ่นแท้ๆ หรือแบบตะวันตกก็อร่อยมากๆเลยค่ะ ที่ชื่นชอบมากก็คงจะเป็นร้าน Ginza Sembikiya เป็นร้านผลไม้ที่ตั้งมากว่าร้อยปี ผลไม้ร้านนี้เป็นผลไม้ชั้นเลิศ แถมยังมีโซนคาเฟ่ให้ได้ทานขนมจากเมนูผลไม้ของร้านอีกด้วย ขอบอกว่าทุกเมนูเป็นการดึงรสชาติของผลไม้มาอย่างเต็มเปี่ยม ผสมน้ำตาลเพิ่มความหวานน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลยค่ะ ประทับใจสุดๆเลยค่ะ

รถไฟใต้ดินโทเออิ สายโอเอโดะ
ชิโอโดเมะ→ชินจูกุ
20นาที/220 เยน

ชินจูกุmore

ชินจูกุ เมืองที่การพัฒนาไม่เคยหยุดนิ่งและยังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมโตเกียว แลนด์มาร์คสำคัญก็คือเป็นที่ตั้งของที่ทำการรัฐบาลโตเกียว และสถานีชินจูกุก็ยังเป็นสถานีที่มีผู้โดยสารขึ้นลงมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ถึง 3.5 ล้านคนต่อวันเลยทีเดียว โดยทางออกตะวันออกเปิดสู่โลกแห่งการช้อปปิ้ง พบห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชั้นนำมากมาย ศูนย์กลางแห่งความบันเทิงอย่างคาบุกิโจและโกลเด้นไก แต่หากก้าวออกไปยังทางออกตะวันตกแล้วล่ะก็ จะพบกับโลกแห่งธุรกิจ เริ่มด้วยอาคารที่ทำการรัฐบาลโตเกียว ตึกสูง อาคารสำนักงาน และโรงแรมเรียงรายมากมาย และยังเป็นที่ตั้งของศิลปะพับบลิกอาร์ทอีกด้วย แต่ถ้าหากอยากสัมผัสบรรยากาศสบายๆ เดินเล่นไปตามทางเดินลัดเลาะซอกซอยระหว่างตึกราวหุบเขาก็ต้องทางออกทิศใต้ และพบกับเสน่ห์ที่แตกต่างกันของเมืองอย่างสวนสวย "ชินจูกุเกียวเอ็น" โอเอซิสอีกแห่งของโตเกียว

  • บอยสะดุดตา 

    ผมย้อนกลับมาเที่ยวใกล้ๆที่พัก ขึ้นไปชมวิวย่านชินจูกุ บนตึกTokyo Metropolitan Government ให้ขึ้นเที่ยวชมได้ฟรี คนต้องไปเยอะมากแน่นอนครับ วิวสวยมากๆในช่วงเย็น หลายคนคงมาลุ้นว่าจะได้เห็นฟูจิมั๊ย

    OMOIDE YOKOCHO
    อาหารค่ำมื้อนี้ ประทับใจมาก เป็นวิถีคนญี่ปุ่นจริงๆ ที่อยากจะสัมผัสมานาน กินในร้านเล็กๆ ปิ้งย่างเสียบไม้ แม้จะเป็นร้านเล็กๆแต่อาหารอร่อยและมีคุณภาพมาก แต่ถ้าไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นอาจจะเข้ามากินแบบนี้ยากสักหน่อยสำหรับคนไทย แต่หลายร้านมีรูปภาพตั้งอยู่ ช่วยในการสั่งได้เยอะ

  • วิมลสิริ เอี่ยมปรีชา

    หลังจากเดินทางเที่ยวเล่นย่ากินซ่าเสร็จเรียบร้อยก็ได้เวลาไปชมพระอาทิตย์ตกกันค่ะ เราจึงเดินทางต่อไปยังสถานี Tochomae เพื่อชมวิวพระอาทิตย์ตที่ Tokyo Metropolitan Government Building เพราะที่นี่ชมฟรีค่ะ แถมถ้าวันไหนอากาศแจ่มใสก็จะสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจนเลยล่ะค่ะ

    จากนั้นก็เดินทางสู่สถานี Shinjukunishiguchi เพื่อทานมื้อค่ำที่ถนน Omoide Yokocho ถนนสายนี้เป็นถนนสายแห่งการกินดื่มที่มีมานานและในปัจจุบันก็ได้ทำการปรับปรุงใหม่ให้ง่ายแก่การเดินมากขึ้นค่ะ ร้านอาหารให้ถนนแห่งนี้จะเป็นร้านขนาดเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยผู้คนต่างมาสังสรรค์กันที่นี่แถมอาหารก็อร่อยมากๆอีกด้วยค่ะ

โรงแรมเกรเซอรี่ ชินจูกุ

  • บอยสะดุดตา 

    เข้าห้องพัก โรงแรม Hotel Gracery ที่ประทับใจเลย คงเป็น Wifi ที่เร็วเหมาะกับคนที่ต้องทำงานไปด้วยระหว่างเดินทางมากๆ ห้องมีขนาดกำลังพอเหมาะสำหรับ1คน มีโต๊ะทำงานด้วยอันนี้ชอบมาก โรงแรมมีก๊อตซิล่ายักษ์ตั้งอยู่ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาถ่ายรูปด้วย และที่พร้อน มีพนักงานคนไทยด้วย พูดภาษาไทยได้ ยิ่งรู้สึกเป็นกันเองขึ้น

  • วิมลสิริ เอี่ยมปรีชา

    การเดินทางเริ่มต้นจากท่องเที่ยวในโตเกียว สถานที่ยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยวชาวไทย ครั้งนี้เราพักที่โรงแรม Hotel Grecery Shinjuku เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่บนโรงภาพยนต์ TOHO แถมมีก๊อตซิลล่ายักอยู่บนตึกอีกด้วย ภายในโรงแรมก็มีของฝากเกี่ยวกับก๊อตซิลล่าวางจำหน่ายและเราสามารถเดินไปถึงเจ้าก๊อตซิลล่าได้จากล๊อบบี้อีกด้วย ใกล้จากสถานีรถไฟชินจูกุสะดวกแกการท่องเที่ยวมากๆค่ะ จากนั้นเราจึงเดินต่อสู่วัดโซเซนจิที่เรารู้จักกันในชื่อวัดอาซาคุสะ หรืออีกชื่อคือวัดโคมแดงค่ะ วัดแห่งนี้เป็นวัดที่ประดิษฐานพระแม่คันนอนที่มีขนาดใหญ่เป็น 1 ใน 3 ของพระแม่คันนอนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น พระแม่คันนอนของชาวญี่ปุ่นก็คือเจ้าแม่กวนอิมของบ้านเราค่ะ ตลอดทางเดินจากทางเข้าหน้าวัดสู่ตัววัดนั้นก็มีร้านค้ามากมาย ขายสินค้าของฝากและขนมค่ะ ที่ขาดไม่ได้คือ อาเกะมันจู หรือซาลาเปาทอดต้องมาทานให้ได้นะคะ

วันที่สอง

TOHOKU(SENDAI)

8:20 สถานีโตเกียวmore

อาคารมารุโนะอุจิของสถานีโตเกียวได้รับการอนุรักษ์และบูรณะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคมปี 2012 เป็นอาคารอิฐสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของสถานีโตเกียวที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมานานได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับประวัติศาสตร์และความยิ่งใหญ่ของตัวอาคารเดิมที่มีอายุกว่าร้อยปี และยังเป็นการเปิดให้บริการอีกครั้งของโรงแรมสถานีโตเกียวและหอศิลป์สถานีโตเกียว โดยโรงแรมถือว่าเป็นโรงแรมเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในย่านที่มีทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น การตกแต่งภายในเป็นแบบสไตล์ยุโรปคลาสสิกและดูภูมิฐานผสมผสานกับความงดงามของอาคารมารุโนะอุจิภายนอก

  • บอยสะดุดตา 

    สถานีรถไฟโตเกียวสวยมากๆ อยากให้คนอื่นๆ ได้เดินออกมาเห็นอาคารเก่าหลังนี้

    อาหารเช้าพวกเราซื้อข้าวกล่องรถไฟกัน เป็นอีกจุดหนึ่งที่ได้สัมผัสวิถีคนญีปุ่นจริงๆ กินข้าวบนรถไฟ กินข้าวกล่องที่เดี๋ยวนี้มีออกมาขายกันหลากลายหน้าตา ให้เลือก น่ากินทั้งนั้น เป็นอีกอย่างที่ไม่อยากให้คนไทยพลาดเมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่น ไม่มีใครทำข้าวกล่องได้น่ารักเท่าคนญี่ปุ่นอีกแล้ว

  • วิมลสิริ เอี่ยมปรีชา

    วันนี้ตื่นแต่เช้า พร้อมแล้วแก่การเดินทางสู่เซนได การเดินทางสู่เซนไดนั้นไม่ยากเลย เพียงซื้อตั๋วรถไฟชินกันเซ็นมุ่งตรงสู่เซนได โดยเราจะไปขึ้นรถไฟชินกันเซ็นที่สถานี Tokyo ค่ะ ก่อนเดินทางก็แวะซื้อข้าวกล่องรถไฟสุดอร่อยทานบนรถไฟเพื่อให้ได้อรรถรสไปด้วย อร่อยสมเป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องทำเมื่อมาญี่ปุ่นเลยล่ะค่ะ แถมมีมากมายให้เลือกสรรค์จนเลือกไม่ถูกเลยค่ะ

JR ชินกันเซ็น ฮายาบุสะ5 (JR EAST PASS)
โตเกียว→เซนได
11,200 เยน
*ผู้ใหญ่ 1 คน/ค่าโดยสารแบบระบุที่นั่งบนรถไฟธรรมดาในช่วงเวลาปกติ

  • บอยสะดุดตา 

    ได้นั่งรถไฟความเร็วสูง ชินกังเซ็น เป็นครั้งแรก ตื่นเต้น มันเร็วและวิ่งได้นิ่งกว่าที่คิดไว้ เราสามารถนั่งกินข้าวได้โดยไม่รู้สึกสะดุด กินข้าวเสร็จไม่นานก็ถึงแล้ว ตรงเวลามากๆ เบาะเอนนอนได้ในระดับสบายๆ แต่ตัวห้องน้ำแคบไปหน่อย

    สำหรับบัตรเหมาจ่าย JR East Pass เป็นอะไรที่ช่วยให้ประหยัดได้มาก นั้นทำให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสในการวางแผนการเดินทางได้หลากหลายมากขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการปรับเปลี่ยนเส้นทาง หรือความผิดพลาดจากการเดินทาง ถ้ามีเวลาจะลองนั่งสำรวจสถานีรถไฟหลายจุดโดยใช้บัตรใบนี้ละครับ

9:51 สถานีเซนไดmore

สถานีเซนไดเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวโทโฮขุ สามารถเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในโทโฮขุได้ ใช้ สาย JR เดินทางไปยามาเดระ มัทสึชิม่า ฮิระอิสึมิ ได้ภายใน 1 ชั่วโมงภายในอาคารสถานีเซนไดมีร้านขายของที่ระลึกมากมายที่มีผลิตภัณฑ์ของเซนไดอย่างครบครัน ที่ร้าน "กิวตังโดริ" "ซุชิโดริ"ที่สามารถทานอาหารขึ้นชื่อทั้งลิ้นวัวและซูชิได้ในร้านเดียวกัน มีเมนูหลายภาษา เป็นร้านที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ร้าน "ซุนดะฉะเรียว" ชั้น 1 มี "ซุนดะเชค" ที่มีส่วนผสมของซุนดะ (ถั่วแระญี่ปุ่น) เพลินกับการเคี้ยวเนื้อถั่ว เป็นเชคแบบออริจินอลที่ที่อื่นไม่มี เชิญมาชิมเชคที่ทำสดๆที่ร้าน

เดิน
1นาที

ลูเพิล เซนไดmore

ลูเพิลเซนได มีจุดเริ่มต้นที่สถานีเซนได แล้ววิ่งวนไปตามแหล่งท่องเที่ยวแนะนำในเมืองเซนไดโดยใช้เวลาประมาณ 70 นาที สามารถขึ้นลงได้อย่างอิสระ ทำให้ท่องเที่ยวได้ตามเวลาของรถ

ลูเพิล เซนได
สถานีเซนได→ซุยโฮเด็นมาเอะ
15นาที・260 เยน

ซุยโฮเด็นmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

ซุยโฮเด็น เป็นสุสานที่มีสีสันสดใสสวยงามที่ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1637 หลังจากที่ ดาเตะ มาซามูเนะ ต้นตระกูลอาณาจักรเซนได ได้เสียชีวิตลง 1 ปี ถูกกำหนดให้เป็นสมบัติของชาติเมื่อปีค.ศ.1931 แต่เสียหายเพราะถูกไฟไหม้ตอนสงคราม หลังสงครามถูกสร้างขึ้นมาใหม่จนมาถึงปัจจุบัน บริเวณใกล้ทางเข้ามีบันไดที่ไม่ชัน และดงต้นสนที่สงบเงียบ เหมาะแก่การเดินเล่นเป็นอย่างมาก

  • บอยสะดุดตา 

    ช่วงเช้าเก็บกระเป๋าที่โรงแรมซึ่งอยู่ติดสถานีรถไฟเซนได สะดวกมากทีเดียว ออกมาก็ลงมาที่สถานีรถบัสได้เลย มีรถบัสที่เรียกว่า Loople Sendai เที่ยวรอบเมือง เป็นบริการที่ดีและน่าสนใจมากสำหรับคนที่มาเที่ยวเซนไดเป้นครั้งแรกควรจะมานั่งสักครั้ง เพื่อทำความรู้จักเมือง และสถานที่สำคัญของเมือง รถที่ให้บริการก็มีเสน่ห์มากๆ น่ารัก น่านั่งมากๆ ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

    เที่ยว สุสาน Zuihoden Mausoleum ได้เจอใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ สวยมากๆ สถาปัตยกรรมของสุสานที่นี่ก็สวนงามจริงๆ

    เที่ยวปราสาท Sendai ถึงจะไม่มีตัวปราสาทแล้ว แต่ก็โดดเด่นจริงๆ สำหรับพื้นที่จุดนี้ มองเห็นได้ทั่วเมือง รุปปั้น Date Masamune ก็เหมือนสัญลักษ์ของเซนไดที่ไม่ควรพลาดจริงๆ เพราะหันไปทางไหน เที่ยวที่ไหน ก็จะเจอหมวกซามูไรของท่าน Date Masamune อยู่ทุกมุมเมือง

    ที่ปราสาทเซนได ได้กินลิ้นย่าง ของดีอีกอย่างของ Sendai เป็นประสบการณ์ใหม่ที่น่าแนะนำ

  • วิมลสิริ เอี่ยมปรีชา

    เมื่อมาถึงเซนไดและหลังจากนำกระเป๋าไปเก็บที่โรงแรมเราก็ออกเดินทางท่องเที่ยวเซนไดด้วย Loople Sendai รถบัสรูปลักษณ์สวยงามได้กลิ่นอายแบบโบราณตะวันตก เป็นรถบัสที่จะนำเราสู่สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในวันนี้ค่ะ สถานที่แรกที่เราจะเดินทางไปในวันนี้คือ สุสาน Zuihoden เป็นสุสานที่ฝั่งร่างของดาเตะมาซามูเนะ อีกด้วยขณะที่ไปเป็นฤดูใบไม้ร่วงพอดีจึงประจวบเหมาะกับช่วงใบไม้เปลี่ยนสีทำให้เมื่อเดินก่อนถึงสุสานนั้น ก็พบกับต้นไม้เปลี่ยนสีสองสี คือสีเหลืองและสีแดงประสานกันอยู่ ซึ่งสวยงามมากๆ เลยค่ะ ในส่วนของสุสาน เป็นอาคารที่คล้ายกับวัดหรือศาลเจ้าเป็นที่ฝั่งร่างของดาเตะมาซามูเนะค่ะ

ลูเพิล เซนได
ซุยโฮเด็นมาเอะ→เซนไดโจอาโตะ
7นาที・260 เยน

เซนไดโจอาโตะmore

ปราสาทเซนไดเป็นปราสาทที่ดะเตะ มะซะมุเนะสร้างขึ้นที่ภูเขาอะโอบะซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ธรรมชาติ ถึงแม้ตัวปราสาทหลักจะไม่หลงเหลืออยู่แล้ว แต่ยังมีกำแพงหินและอาคารรอบๆปราสาทที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่เหลือให้เห็นรูปร่างของอดีต ที่ฐานหอคอยปราสาทมีอนุเสาวรีย์ดะเตะ มะซะมุเนะขี่ม้า สามารถมองลงไปชมทัศนียภาพของเมืองเซนไดได้

  • วิมลสิริ เอี่ยมปรีชา

    และด้วย Loople Sendai เราก็มาถึงปราสาทเซนได สถานที่ซึ่งเป็นปราสาทที่ ดาเตะมาซามูเนะเป็นผู้ก่อตั้งค่ะ เนื่องจากตัวปราสาทในตอนนี้ได้ถูกทำลายลงไปแล้วนั้น มีแค่ส่วนที่เป็นกำแพงเท่านั้นที่ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ และรูปปั้นของดาเตะมาซามูเนะที่กำลังทรงม้าที่ทุกคนต้องมาเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเลยล่ะ และที่ขาดไม่ได้คือการได้ชมวิวของเมืองเซนไดจากที่ตั้งของปราสาทเซนไดอีกด้วย

    ร้านDate no Gyutan Aobajou ร้านลิ้นวัวย่างขึ้นชื่อของเซนไดอยู่ภายในปราสาทเซนได เนื้อของลิ้นวัวที่นำไปหมัก อร่อยอย่างลงตัวเนื้อนิ่มเคี้ยวง่าย ติดใจมากๆค่ะ หลังรักลิ้นวัวย่างอย่างสุดหัวใจเลยล่ะค่ะ

ลูเพิล เซนได
เซนไดโจอาโตะ→โจเซนจิโดริชิยาคุโชมาเอะ
36นาที・260 เยน

  • บอยสะดุดตา 

    นั่ง Loople Sendai Bus เที่ยวกันต่อ ไป Osaki Hachimangu Shrine เป็นศาลเจ้าที่มีความสวยงามมาก

  • วิมลสิริ เอี่ยมปรีชา

    จากนั้นเดินทางไปต่อยังศาลเจ้าOsaki Hachimangu Shrine เป็นศาลเจ้าที่ก่อตั้งโดยดาเตะมาซามุเนะ ที่มีการสร้างได้อย่างสวยงามจนได้เป็นหนึ่งในสมบัติอันล้ำค่าของญี่ปุ่น มาที่นี่แน่นอนอย่าลืมแวะชิมสาเกหวานนะคะ เป็นสาเกอุ่นๆ หวานๆ ให้ได้ลองชิมกันได้ที่นี่ค่ะ

ถนนโจเซนจิโดริmore

ต้นเคยะขิที่เรียงรายไปตามถนนโจเซนจิโดริเป็นสัญลักษณ์ของเซนได หากเดินไปตามทางเดินเล่นที่อยู่ตรงกลางของถนนสายนี้ จะได้พบกับงานประติมากรรมของ Emilio Greco เริ่มจากความทรงจำของฤดูร้อน , สามารถเพลิดเพลินไปกับความเปลี่ยนแปลงของทั้งสี่ฤดูกาลไปพร้อมกับศิลปะ นอกจากนี้ยังใจกลางของย่านช้อปปิ้งยังเป็นย่านอาเขตที่ยาวไปถึงสถานีเซนได มีตั้งแต่ร้านขนาดใหญ่ไปจนถึงร้านที่ใกล้ชิดกับคนท้องถิ่น ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งในรูปแบบต่างๆ

  • บอยสะดุดตา 

    ลงรถบริเวณ ถนนโจเซนจิ-โดร สวนบริเวณนี้สวยมากๆ จุดโรแมนติกอีกจุดที่คนไทยต้องชอบแน่ๆสำหรับการมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

    ไปเดินย่านการค้า ที่ยาวๆมากๆจากบริเวณ นนโจเซนจิ-โดร ยาวไปถึงสถานีรถไฟเซนได ทั้งเดินกินเดินช้อปกันได้ทั้งวัน ของอร่อยน่าสนใจหลายร้าน ชอบร้าน Line Store มากๆ น่ารักดี มีร้านที่ขายของไทยด้วยน่าประทับใจมาก ถนนย่านการค้าเส้นนี้ถ้ามีเวลาจะกลับไปทำแผนที่แบบง่ายๆสำหรับคนไทยแนะนำไว้

  • วิมลสิริ เอี่ยมปรีชา

    จากนั้นเดินต่อไปยังย่านการค้าแห่งเมืองเซนได “อิจิบันโจ” ที่นี่มีร้านค้ามากมายให้ได้เลือกซื้อของฝากและสินค้าประจำเมือง หรือร้านสินค้าแบรนด์ท้องถิ่นมากมาย เมื่อเดินไปเรื่อยๆ ก็จะพบร้านฮามายะ ร้านลูกชิ้นลิ้นวัวทอด ลูกละ 76 เยน ซึ่งเป็นเมนูยอดนิยมเลยล่ะ

Hotel Metropolitan Sendai

  • บอยสะดุดตา 

    ที่พัก Hotel metropolitan Sendai ข้อดีคืออยู่ใกล้สถานีรถไฟ ใกล้ย่านการค้า ช้อปปิ้ง ยังติดกับสถานีรถบัสท่องเที่ยว Loople Bus ของเซนได้อีกด้วย ทำให้เที่ยวได้สะดวกมากๆ

    ช่วงค่ำ ไปรับประทานอาหารค่ำ ร้านนี้ประทับใจมาก มีการประมูลปลากันในร้านด้วย สนุกสนานและตื่นเต้นไปด้วย ให้ความรู้สึกเป็นกันเองจริงๆ ทั้งพนักงานและคนที่เข้ามากินอาหาร ชอบมากๆ ร้านนี้มีเมนูภาษาไทยด้วยเยี่ยมมากๆ ต้องเอามาเขียนแนะนำแน่นอนครับ

  • วิมลสิริ เอี่ยมปรีชา

    ไปทานอาหารมื้อพิเศษกันต่อกับร้าน Tsuda Sengyoten ที่คุณสามารถประมูลปลาสดๆกันได้ในร้านในช่วงเวลาสองทุ่มของทุกวัน เหมือนอยู่ได้ประมูลปลาตลาดปลาจริงๆ แต่ละเมนูก็อร่อยมากๆเลยค่ะ ซาชิมิอร่อยสุด หรือแม้แต่เทมปูระ!!

    ค่ำคืนนี้เราพักกันที่ Hotel Metropolitan Sendai ที่เรียกได้ว่าอยู่ติดกับสถานี เพียงเดินจากสถานีก็ถึงปุ๊บเลยล่ะ ถือได้ว่าสะดวกแก่การท่องเที่ยวเซนไดมากๆเพียงออกมาหน้าโรงแรมก็จะถึงท่ารถบัส ให้เดินทางไปยังมุมต่างๆของเมืองเซนไดได้อย่างสะดวกมากๆ ค่ะ

วันที่สาม

Hotel Metropolitan Sendai

JR สายเซ็นซัน(JR EAST PASS)
เซนได→ยามาเดระ
ประมาณ 1ชั่วโมง

ยามาเดระ (วัดริชชาคุจิ)more

ยามาเดระ (วัดริชชาคุจิ) ถูกสร้างขึ้นกว่า 1000 ปีที่ผ่านมา เป็นตัวแทนของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เชื่อถือของผู้คนมาโดยตลอด หากเดินขึ้นบันไดหิน 1015 ขั้นผ่านหินรูปร่างประหลาดและป่าสนตามข้างไหล่เขาไปจนสุด จะถูกเชิญชวนเข้าสู่โลกแห่งความเงียบสงบ นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงมากที่มัทสึโอะ บะโช ผู้เป็นตัวแทนกวีของญี่ปุ่นได้ใช้เป็นที่เขียนบทกวีไฮกุที่มีชื่อเสียง

  • บอยสะดุดตา 

    นั่งรถไฟจากเซนได ไปYamadera ใช้เวลาไม่มากก็มาถึง ตลอดทางเห็นหมอกลอยบนยอดเขาสวยงามตลอดทาง เดินขึ้นเขาไปเที่ยววัดเก่าแก่บนภูเขา วิวทิวทัศน์ด้านบนสวยมาก ต้นไม้ดอกไม้กำลังเปลี่ยนสี แต่บางส่วนอาจจะล่วงไปแล้ว ที่เซนไดอากาศเย็นกว่าโตเกียวมาก บนเขายิ่งอากาศดี

  • วิมลสิริ เอี่ยมปรีชา

    จากนั้นก็เดินทางสู่ วัดบันไดพันขั้น “วัดยามะเดระ” โดยเดินทางไปยังสถานีรถไฟ Yamadera เพื่อไปเดินขึ้นบันไดพันขั้นกันค่ะ ขณะที่เดินขึ้นเขาไปพร้อมกับธรรมชาติที่สดชื่อ และศิลปะของวัดแบบญี่ปุ่นนั้นก็ทำให้หายเหนื่อยไปเลยล่ะค่ะ และเมื่อถึงสุดทางก็ได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงามสุดๆ ถือว่าคุ้มค่าแก่การเดินขึ้้นค่ะ

JR สายเซ็นซัน(JR EAST PASS)
ยามาเดระ→เซนได
ประมาณ 1ชั่วโมง

JR สายเซ็นเซกิ(JR EAST PASS)
เซนได→มัทสึชิมาไคกัง
40นาที

มัทสึชิม่าmore

อ่าวมัทสึชิม่าที่เป็นสมาชิก "ชมรมอ่าวที่สวยที่สุดในโลก" มีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นที่ดึงดูดใจของผู้คนจำนวนมากมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไลท์อัพในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่เอ็นซูอิน ที่ให้บรรยากาศที่เยี่ยมยอด นอกจากนั้น ขอแนะนำร้านคันรันเทอิ ที่สามารถเพลิดเพลินกับมัทชะได้ทุกฤดูกาล กรุณามาเยี่ยมชม สิ่งที่เป็นรากฐานสำคัญของเซนไดเช่น พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ดาเตะ มาซามูเนะ , ของมีชื่อของมัทสึชิม่า , ร้านยากิคาคิเฮาส์ ที่สามารถทานหอยนางรมแบบบุฟเฟ่ต์และเบอร์เกอร์หอยนางรม ก่อนที่จะออกไปล่องเรือสำราญชมเกาะ ขอแนะนำให้ขึ้นไปบนเนินที่ไซเกียวโมโดชิของสวนสาธารณะมัทสึเพื่อชมทิวทัศน์ของอ่าวมัทสึชิม่าทั้งหมด จะทำให้เพลิดเพลินกับการล่องเรือท่องเที่ยวรอบเกาะมากขึ้น การทดลองทำลูกประคำที่วัดเอ็นซูอินก็เป็นที่นิยม

  • บอยสะดุดตา 

    เดินทางกันต่อด้วยรถไฟ คราวนี้ตรงไป matsushima จากภูเขา ไม่นานเท่านั้นเอง แค่ครึ่งเช้าเท่านั้น เราก็มาถึงทะเลกันแล้ว เป็นการเดินทางที่จัดเตรียมเวลาได้ลงตัวมาก ได้เที่ยวทั้งภูเขาวิวสวยๆหนาวๆ และทะเลสวยๆ

    อาหารกลางวัน เมือง matsushima กินบุฟเฟต์หอยนางรม สุดยอดมากๆ มีเสื้อกันเปื้อนและถุงมือไว้บริการ บริการดี และอิ่มมาก เป็นประสบการณ์ที่ต้องบอกต่อ

    ช่วงบ่าย นั่งกินชาชมวิวอ่าว matsushima ในบ้านเก่าโบราณ เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมแล้วก็ไปล่องเรือชมอ่าว matsushima ชมความมหัศจรรย์ของเกาะเล็กๆที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก และมีรูปทรงที่สวยงามมากๆ

  • วิมลสิริ เอี่ยมปรีชา

    ต่อไปยังสถานีMatsushima Kaiganค่ะ อ่าวมัตสึชิม่าเป็นหนึ่งในที่ๆได้รับผลกระทบจากซึนามิ ในปี 2011 และกลับมาฟื้นฟูอีกครั้งนึงค่ะ เมืองมัตสึชิม่านี้ ในอ่าวมัตสึชิม่า มีเกาะน้อยใหญ่รวม 300 เกาะ ถือว่าเยอะมากๆ เลยค่ะ

    แวะทานมื้อเที่ยงที่ร้าน Date na Barbecue Matsu(伊達なバーベキューMATSU) เป็นร้านทานหอยนางรมอบแบบบุฟเฟ่ เพียงคนละ 2500 เยนเท่านั้น เป็นหอยนางรมย์ที่สดและอร่อยทานคู่กับซอสของร้านก็อร่อยมากๆค่ะ ห้ามพลาดจริงๆร้านนี้สำหรับคนรักหอยนางรม

    และเราก็ทานขนมกันต่อที่ ศาลาชมจันทร์คันรันเต (Kanrantei) ซึ่งเป็นที่พักผ่อนของดาเตะมาซามูเนะในสมัยก่อน ซึ่งดาเตะมาซามูเนะนั้นก็ใช่ที่แห่งนี้เป็นศาลาชมจันทร์นั่นเอง ที่นี่เปิดให้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการมาจิบชาพร้อมทานขนมแสนอร่อยพร้อมๆกับชมทิวทัศน์ของอ่าวมัตสึชิม่า และที่นี่ยังมีห้องแสดงวัตถุโบราณในสมัยก่อนให้ชมกันอีกด้วย

    จากนั้นก็เดินไปยังท่าเรือเพื่อนั่งเรือสำราญชมเกาะต่างๆ กันค่ะ ราคาต่อคนอยู่ที่ 1500 เยนค่ะ เกาะต่างๆที่เราได้ล่องเรือผ่านนั้นก็มีรูปลักษณ์แต่งต่างกันไป แต่ละเกาะไม่ใหญ่มากและไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ค่ะ ถือว่าได้ความเพลิดเพลินในการท่องเที่ยวไปอีกหนึ่งรูปแบบเลยค่ะ

JR สายเซ็นเซกิ(JR EAST PASS)
มัทสึชิมาไคกัง→เซนได
40นาที

สถานีเซนได

JR ชินกันเซ็น ฮายาบุสะ (JR EAST PASS) ดูรายละเอียด

  • บอยสะดุดตา 

    เดินทางกลับ คราวนี้นั่งรถไฟจาก matsushima ไปเซนได และ เซนได ไปโตเกียว เป็นอะไรที่ใช้เวลาสั้นมาก ไม่น่าเชื่อว่าเราจะกลับเข้ามาอยู่ในโตเกียวแล้ว จากเมื่อเช้า อยู่บนเขารับอากาศบริสุทธิ์ บ่ายอยู่ริมทะเลนั่งเรือเที่ยว แล้วค่ำจะมาอยูที่โตเกียวแล้ว เป็นการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็วมาก

สถานีโตเกียว หรือที่อื่น

  • บอยสะดุดตา 

    นั่งรถไฟจากชินจุกุ ไปสนามบินนารีตะ คราวนี้ได้นั่งรถไฟ NEX ถึงสนามบินเลย บนรถไฟ มีตารางสายการบินและข้อมูลสนามบินบอกตลอดเวลา ซึ่งดีมาก สำหรับการเตรียมตัวก่อนถึงที่หมาย เคาเตอร์สายการบินของเราอยู่ตรงไหน บอกสภาพอากาศต่างประเทศ บอกระยะทางเส้นทางของรถไฟตลอดเวลา ให้ข้อมูลหลายภาษา ประทับใจจุดนี้มาก

    ผมเดินสำรวจสนามบินอยู่รอบหนึ่ง ดูของฝาก ของที่ระลึก หาร้านอาหารกินก่อนเข้าไปรอเครื่อง ซึ่งที่สนามบินก็มีของฝากน่าสนใจอีกเพียบที่อยากจะซื้อ ต้องจัดเวาสำหรับเดินเที่ยวไว้เลย สำหรับสนามบินนารีตะ ส่วนด้านในประทับใจตรง มีจุดบริการชาร์ตแบต ที่มีทั้งแบบที่นอนส่วนตัว ที่นั่งส่วนตัว แบบที่เป็นโต๊ะรวม แบบนั่งพื้น หลายแบบมาก และยังบริการ Wifi ฟรี ห้องน้ำมีเยอะมีตลอดทาง จะหาอะไรกินก็ไม่ยากมีตลอดทางเช่นกัน

    ต้องขอขอบคุณ ทุกคนมากๆครับ ทั้งเจ้าหน้าที่ ที่โตเกียว และที่เซนไดที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี มีป้ายมาถือยินดีต้อนรับด้วย ทำเอาเขิลเลย ให้การดูแลอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ผมจะเขียนเล่าเรื่องจากสิ่งที่ผมประทับใจเชิญชวนคนไทยไปเที่ยวอย่างแน่นอน มีเรื่องอีกมากมายที่ผมจะเขียนและทำเป็นคลิปวีดีโอแชร์ประสบการณ์ที่ได้รับจากการเดินทางในครั้งนี้

  • วิมลสิริ เอี่ยมปรีชา

    หลังจากได้ท่องเที่ยวในทริปนี้แล้ว เซนไดเป็นอีกหนึ่งเมืองที่คนไทยมักได้ยินบ่อยๆ และเป็นเมืองที่คิดว่าซักครั้งหนึ่งก็ต้องไปให้ได้ ทั้งอาหารทะเลยังได้ทานแบบสดใหม่ในราคาไม่แพง พร้อมทั้งกิวตันหรือลิ้นวัวย่างที่ขาดไม่ได้เลยล่ะ!!

เสียงจากนักท่องเที่ยว

เป็นการเดินทางที่ประทับใจ ที่ได้รับประสบการณ์ แบบคนญี่ปุ่นจริงๆ ทั้งวิถีการเดินทาง รถไฟ รถบัส และ เรือ รวมทั้งการกิน ร้านอาหารแบบพื้นถิ่น ได้สัมผัสวิถีชีวิตคนญี่ปุ่นจริงๆ

บอยสะดุดตา 
บล็อกเกอร์
ที่อยู่อาศัย:กรุงเทพฯ ประเทศไทย
  • งานอดิเรก

    ถ่ายภาพ,อ่านหนังสือ, วาดรูป

  • จำนวนครั้งที่มาประเทศญี่ปุ่น

    3 ครั้ง

เสียงจากนักท่องเที่ยว

เซนไดเป็นเมืองที่คนไทยหลายๆคนคงรู้จักกันแน่นอน และใครหลายๆคนคงอยากจะไปซักครั้งหนึ่งแน่ๆ แต่จะไปเที่ยวอย่างไร หลายคนก็คงคิดว่าอยาก และนี่ก็เป็นวิธีการท่องเที่ยวอย่างง่ายๆ ที่สามารถท่องเที่ยวในโตเกียวแล้วตรงสู่เซนไดได้อย่างง่ายเลยล่ะค่ะ

วิมลสิริ เอี่ยมปรีชา
นักข่าว
ที่อยู่อาศัย:โตเกียว
สถานที่เกิด:กรุงเทพฯ ประเทศไทย
  • งานอดิเรก

    ถ่ายภาพ,อ่านหนังสือ, วาดรูป

  • ระยะเวลาที่พักอยู่ในโตเกียว

    ตอบ ครั้งที่ 7

แชร์เว็บไซต์นี้ให้ทุกคนกันเถอะ

เส้นทางท่องเที่ยวแนะนำและยอดนิยม

เส้นทางที่น่าสนใจอื่นๆ

การคมนาคมขนส่ง

COPYRIGHT © TOHOKU & TOKYO ALL RIGHTS RESERVED.

Back to Top