IWATE
  • TOKYO
  • IWATE

PROSPERITY STILLNESS & MOTION

แนะนำมุ่งเน้นไปที่ห้าแยกชิบูยะ ที่เป็นสัญลักษณ์ของความทรงพลังของโตเกียว และมรดกโลกทางวัฒนธรรม ฮิราอิสึมิ ที่สร้างขึ้นเพื่ออธิษฐานเพื่อความสงบสุข เป็นสถานที่ที่แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองในสมัยก่อน

Official Tokyo Travel Guide
http://www.gotokyo.org/th/

Local government official website
http://www.japan-iwate.info/

นักท่องเที่ยว

  • Traveled : October, 2017 Chaiwat Chantasakuldech

    ที่อยู่อาศัย:ไทย
  • Traveled : October, 2017 นส. ลักขณา จริตกูล

    ที่อยู่อาศัย:ญี่ปุ่น
    สถานที่เกิด:ไทย

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

JAL032 ตรวจสอบวิธีการเดินทางจากประเทศของตนเอ

  • Chaiwat Chantasakuldech

    ยังคงเป็นสายการบินในระดับ 4 ดาว ที่ทำให้รู้สึกได้ถึงหัวใจบริการแบบญี่ปุ่นด้วยการบริการที่น่าประทับใจ สิ่งที่ชอบเป็นพิเศษเสมอมาก็คือความหลากหลายของอาหารที่มีทั้ง Salad และ Soba เย็น พร้อมกับ Miso Soup และเหล้าสาเกก่อนจะจบด้วย Haagendaaz ในครั้งนี้ดีมากที่เดินทางโดยใช้สนามบินฮาเนดะ เพราะสนามบินฮาเนดะใกล้กว่านาริตะ เลยใช้เวลาในการเดินทางไม่เยอะมาก

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียวmore

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว

เป็นประตูเข้าออกทางอากาศของโตเกียว ภายในอาคารผู้โดยสารเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์มากมาย สามารถชมทิวทัศน์ของอ่าวโตเกียวได้จากจุดชมวิวบนดาดฟ้า ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้โดยสารที่จะเดินทางก็สามารถเพลิดเพลินได้

ภายในกรุงโตเกียว

วันแรก

TOKYO

  • Chaiwat Chantasakuldech

    เป็นพาสที่ดีมากตรงที่เลือกวันเดินทางได้แบบ Flexible ภายในสองสัปดาห์ เหมาะอย่างยิ่ง
    สำหรับคนที่อยากออกเดินทางนอก Tokyo ครั้งแรก แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่ามี JR Pass แบบแยกภูมิภาคในราคาไม่แพง ส่วนที่ชอบเป็นพิเศษก็คือทัวร์ที่เตรียมเอาไว้ให้นั้น ได้เที่ยวเหมือนเป็นนักท่องเที่ยวจริงๆ ไม่ใช่แค่เดินทางด้วยรถที่เตรียมไว้ ชมที่ต่างๆ แล้วก็เสร็จ แต่ได้เดินทางโดยรถไฟ รถบัส และแท็กซี่เองจริงๆ

  • นส. ลักขณา จริตกูล

    JR PASS นับว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นอย่างคุ้มค่าสามารถใช้บริการได้ทั้งรถไฟ JR ธรรมดาและรถไฟชินกังเซน
    สำหรับพาส "JR EAST PASS (อีสพาส) (ภูมิภาคโทโฮคุ)" นั้น ผู้ถือพาสนี้สามารถใช้ได้ทั้งรถไฟเจอาร์, รถไฟชินกังเซน , รถไฟด่วนจากสนามบินนาริตะเข้าเมืองโตเกียวที่เรียกว่านาริตะ เอ็กซ์เพรส และรถไฟโตเกียว โมโนเรลที่ให้บริการจากสนามบินฮะเนะดะเพื่อเข้าเมือง
    ส่วนเรื่องการใช้งานพาสยิ่งสะดวกมากๆ ในครั้งแรกเจ้าหน้าที่จะขอดูพาสปอร์ต หลังจากนั้น ในครั้งต่อๆ ไป หากต้องการใช้รถไฟ ก็สถานีแต่ว่าไม่ต้องเข้าช่องแตะบัตร ให้เดินไปที่ห้องที่มีเจ้าหน้าที่ประจำสถานีอยู่ เพียงแค่โชว์พาสให้เจ้าหน้าที่สถานีดู เป็นอันเสร็จสิ้น

คิชิโจจิmore

คิชิโจจิ

ใช้เวลาตามที่คุณต้องการในสวนอิโนคาชิระ แหล่งน้ำสำหรับการพักผ่อนและผ่อนคลายในใจกลางเมือง ไม่ว่าคุณต้องการจะเดินเล่น วิ่ง หรือปิกนิก ภายในสวนแห่งนี้มีสวนสัตว์อิโนคาชิระและพิพิธภัณฑ์จิบลิในมิตาคะที่เป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ หลังจากเดินเล่นในสวนเสร็จแล้วก็มาสนุกกับการชอปปิ้งและหาของกินในตรอกและถนนย่านช้อปปิ้งที่แปลกใหม่ที่อยู่หน้าสถานี เมืองที่เดินทางมาจากชินจูกุและชิบูย่าได้ง่ายแห่งนี้เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับผู้คนทุกเพศทุกวัยเนื่องจากมีบรรยากาศที่ผ่อนคลายและรายล้อมด้วยธรรมชาติ

  • Chaiwat Chantasakuldech

    ได้ยินชื่อ Kichijoji มานานทั้งจากหนังและการ์ตูนแต่ไม่เคยรู้ละเอียดจริงๆ ว่าที่นี่มีอะไรบ้าง เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่
    ก็น่าจะเคยได้ยินชื่อนี้และก็รู้จัก "ช้าง Hanako" แต่กลับไม่รู้เช่นกันว่าสวนสัตว์แห่งนั้นอยู่ที่ Kichijoji นั่นเอง และในปัจจุบันนี้ก็มีรูปปั้นของฮานาโกะอยู่ที่นี่ด้วย (รวมทั้ง Ghibli Museum) ในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีมากที่ได้เดินทางมา! การเดินทางก็สะดวก
    จากใจกลาง Tokyo แค่ไม่กี่นาที Ghibli Museum นั้นแม้แต่ภายนอก็แต่งอย่างสวยงามมาก แค่ดูก็รู้สึกสนุกแล้ว ถ้าหากมีโอกาสได้มาอีกก็อยากจะลองเที่ยวแค่เฉพาะคิจิโจจิอย่างเดียวก็คงน่าสนใจไม่น้อย

    Steak แบบญี่ปุ่นอร่อยมาก ต้องขอพูดเลยว่า KISSHO KICHIJOJI เป็นอีกหนึ่งมื้อที่ดีที่สุดในการเดินทางครั้งนี้ มีห้องส่วนตัวแยกต่างหาก การ
    บริการสุภาพ แต่สิ่งที่ประทับใจและสะดุดตาที่สุดก็คือการวาง Steak มาบนภาชนะแก้ว แต่ตัวร้านอาหารออกจะหายากสักนิด เหมาะสำหรับคนที่อยากจะทานอาหารกลางวันเงียบๆ ถือเป็นร้านที่ลับเฉพาะสำหรับคนที่รู้เท่านั้น ถึงจะมีสิทธิอร่อย

  • นส. ลักขณา จริตกูล

    จากสถานีเจอาร์ คิจิโจจิเดินเพียงประมาณ 10 นาที ก็จะมาถึงสวนสาธารณะที่เป็นปอดภายในเมืองอีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า “สวนอิโนคะชิระ”
    เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1917 ซึ่งครบ 100 ปี ในปีค.ศ. 2017 นี้
    ปัจจุบันภายในสวนสาธารณะมีสวนสัตว์
    ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ที่นี่ก็เป็นสถานที่ยอดฮิตที่ผู้คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวนิยมมาชื่นชมความงดงามของดอกซากุระที่บานสะพรั่งและใบไม้เปลี่ยนสี นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์จิบลิ
    ภายในสวนมีบรรยากาศร่มรื่น ผู้คนนิยมมาเดินเล่น นั่งเล่น และทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกันที่นี่
    ตอนขากลับ ได้มีโอกาสแวะถนนช็อปปิ้งใกล้ๆ สถานี มีชื่อว่าถนนช็อปปิ้งซันโร้ดที่อย่ใกล้สถานี คิดว่าน่าจะถูกใจคนที่รักการช็อปปิ้งเพราะว่ามีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายยา ร้านขายขนมของฝาก
    ร้านค้าแหล่งรวมแฟชั่นที่ขายเสื้อผ้าต่างๆก็มีนะคะ

    ร้านนี้ให้บริการอาหารญี่ปุ่นที่เรียกว่าวะโชกุจานเด่นคือเนื้อและชาบูๆ
    มื้อกลางวันเป็นสเต็กเนื้อ พร้อมอาหารข้างเคียงอื่นๆ ก่อนรับประทานก็ตื่นตาตื่นใจได้แม้แต่กับชมการจัดจานสไตล์ญี่ปุ่น ที่อาหารดูเหมือนงานศิลปะ รสชาติอาหารที่เอร็ดอร่อย

สายเคโอ อิโนคาชิระ สถานีคิโชโจจิ→สถานีชิบูย่า
ประมาณ 15 นาที/200 เยน

ชิบูย่าmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

ชิบูย่า

ศูนย์กลางของความเป็นวัยรุ่นถูกรวบรวมไว้ที่นี่ทั้งร้านอาหารสุดอินเทรนด์ บาร์ คลับและไลฟ์เฮ้าส์ ห้างสรรพค้าและแหล่งช้อปปิ้งที่เรียงรายตอบสนองทุกความต้องการอันร้อนแรงของเหล่าวัยรุ่น ยิ่งถ้าต้องการของน่ารักสดใสสุดแสนคาวาอี้ที่ตีพิมพ์ลงในนิตยสารของญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ อย่าพลาดการมาชิบูย่าเชียวนะ ช้อปเสร็จก็พักผ่อนฝากท้องกับคาเฟ่มีสไตล์และร้านอาหารจุกจิกราคาเบาๆ ได้อีกด้วย แต่ยังไงก็อย่าลืมรูปปั้นสุนัข "ฮาจิโกะ" และ “ทางม้าลายยักษ์ข้ามถนนห้าแยก” ที่เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยม

  • Chaiwat Chantasakuldech

    ยังคงเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความคึกคัก แต่มีตึกและ Shopping Mall ใหม่ๆ เกิดขึ้นได้อีกเรื่อยๆ ที่นี่เหมาะสำหรับใครที่เน้นสาย Fashion มาก หากมีเวลาอยู่ที่นี่ทั้ง
    วันอยากจะตั้งกล้อง Video ถ่ายความเคลื่อนไหวของห้าแยกตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ไม่ว่าจะมากี่ครั้งก็เหมือนมีสถานที่ท่องเที่ยวหรือร้านใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอด สมกับเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับแห่งหนึ่งของโตเกียว ได้แวะไปที่ดาดฟ้าของ Shibuya Hikarie ได้ยินมาว่าวิวทิวทัศน์จะให้ความรู้สึกแตกต่างกันไปตามสภาพอากาศเลย เป็นสถานที่ที่อยากจะลองมาอีกครั้งในฤดูกาลอื่นๆ

  • นส. ลักขณา จริตกูล

    เมื่อเพื่อนๆ ออกมาจากสถานีที่ทางออก Hachiko Exit ก็จะได้พบกับอนุสาวรีย์หมาฮะจิโกะ นักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมามากมาย มักจะแวะมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเสมอ
    ตรงกันข้ามกับรูปปั้นหมาฮะจิโกะ ก็มีศูนย์ให้บริการนักท่องเที่ยวด้วยนะคะ มองจากภายนอกคือโบกี้รถไฟซึ่งคนญี่ปุ่นจะเรียกเจ้ารถไฟสีเขียวนี้ว่าเจ้ากบเขียว (Green frog) ตอนนี้เจ้ากบเขียวที่ว่านี้ถูกใช้เป็นสำนักงานของการท่องเที่ยว
    อีกหนึ่งสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้ คือจุดข้ามถนนตรงห้าแยกชิบุย่ะที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนตลอดทั้งวันก็มีชื่อเสียงในระดับโลก
    จากสถานี JR ชิบุย่ะ หากข้ามฝั่งมา แล้วเดินเข้าไปในซอยทางซ้ายมือของร้านสตาร์บัค ก็จะเป็นเส้นทางที่นำไปสู่อีกหนึ่งย่านช็อปปิ้งของชิบุย่ะที่เรียกว่า “ถนนชิบุย่ะ เซ็นเตอร์ไก ” ย่านนี้ เป็นเหมือนแหล่งช็อปปิ้งของสินค้าแบรนด์ต่างๆ
    ข้ามสถานีมาอีกฟากของถนน ก็ยังมีที่น่าเดินเที่ยวอีกหนึ่งแห่ง นั่นคือห้างสรรพสินค้าชิบุย่ะ ฮิคะริเอะ แต่ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่ห้างสรรพสินค้าเท่านั้นนะคะ ที่ชั้น 8 มีอาร์ทแกลอรี่และจุดชมวิว ที่เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ก็สามารถเข้าไปชมงานในแกลอรี่ได้ รวมทั้งคนทั่วไปสามารถขึ้นมาชมวิวมุมสูงของโตเกียวได้แบบฟรีๆ ไม่ต้องเสียเงินสักเยนอีกด้วยค่ะ

รถไฟใต้ดินโตเกียว สายกินซ่า สถานีชิบูย่า→สถานีอาคาซากะมิสึเกะ

รถไฟใต้ดินโตเกียว สายมารุโนอูจิ อาคาซากะ-มิสึเกะ→ชินจูกุเกียวเอ็นมาเอะ
ประมาณ 15 นาที/170 เยน

ชินจูกุ เกียวเอ็นmore

ชินจูกุ เกียวเอ็น

ชินจูกุ เกียวเอ็นคือสวนของจักรพรรดิที่สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1906 และได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมในปี ค.ศ. 1949 ภายในพื้นที่ขนาด 58.3 เฮกตาร์ มีสวนญี่ปุ่น สวนประดิษฐ์ และสวนภูมิทัศน์ ซึ่งทั้งหมดได้รับการออกแบบด้วยความเชี่ยวชาญ
ชินจูกุ เกียวเอ็นที่มีชื่อเสียงในเรื่องดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้สีแดงในฤดูใบไม้ร่วง เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนและผ่อนคลายที่แสนสงบในใจกลางเมืองอันวุ่นวาย

  • Chaiwat Chantasakuldech

    แม้จะมา Shinjuku หลายทีแต่ไม่เคยสังเกตเลยว่ามีสวนสาธารณะใหญ่ขนาดนี้ติดกับสถานี
    รถไฟ เป็นอีกสถานที่ที่เอากลับไปเล่าให้เพื่อนๆ ฟังได้ว่า “Shinjuku มีมากกว่าแค่การ Shopping” เป็นอีกหนึ่ง Activity ที่เอาไป Recommend ได้หลัง Shopping เวลากลางวัน ได้ลองมาอาบแสงแดดทำให้รู้สึกสบายมาก หากใครคิดว่าที่ก็แค่สวนสาธารณะล่ะก็ ถือว่าคิดผิดถนัดเลย เรียกว่าคุ้มค่าเข้ามาก

    ส่วนตัวเคยมาเดินทานอาหารที่ Golden Gai & Omoideyokocho หลายครั้งแล้วและเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ชอบที่สุด
    ใน Tokyo ไม่ว่าจะพาใครมาก็ชอบ สามารถแนะนำได้ใน
    ฐานะ Hidden Gems แห่ง Tokyo อยากจะลองเข้าร้านแบบนี้กับญี่ปุ่นบ้าง เพราะว่าเมนูหลายอย่างก็เป็นเมนูแบบชาวบ้านๆ ที่พึ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก เรียกว่าเป็นประสบการณ์ทางวัฒนธรรมอย่างนึงที่เอาไปแนะนำต่อได้เลย ที่นี่ถือว่าเป็นสถานที่เที่ยวให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป

    บรรยากาศสบายๆ ตามแบบร้าน Chain ที่มีหลายสาขา แต่ว่าคุณภาพอาหารดีสมราคาและอร่อย นอกจาก Sushi & Sashimi ก็ยังมี Menu อื่นๆ ให้เลือกมากมาย ในเมนูมีรูปประกอบด้วย ถึงจะอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก หรืออ่านออก แต่ไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับหน้าซูชิก็สามารถสั่งอาหารได้ มีความใส่ใจคนต่างชาติแบบนี้ทำให้รู้สึกดี ร้านนี้เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ราคาก็คุ้มค่า ดีมากๆ

  • นส. ลักขณา จริตกูล

    สวนสาธารณะชินจูกุเกียวเอน
    “ชินจูกุ” ถูกรู้จักในส่วนของการเป็นย่านช็อปปิ้งเสียมากกว่า นักท่องเที่ยวไม่ค่อยทราบว่าย่านนี้มีสวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ สวนสาธารณะชินจูกุเกียวเอนเป็นสวนที่สร้างมาตั้งแต่สมัยเมจิ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่ของบ้านพักไดเมียวแต่เมื่อเวลาผ่านไปจึงเปิดให้คนทั่วไปได้เข้าชม อีกทั้งสนามหญ้ากว้างๆ ในสวนเป็นจุดที่ผู้คนนิยมมาใช้เวลาที่นี่ ในวันที่อากาศดี

    ย่านโอโมอิเดะ โยโกะโฉะมีตรอกเล็กๆ ที่มีกลิ่นอายของร้านค้าในอดีตซ่อนตัวอยู่ ย่านดังกล่าวนี้มีชื่อว่า “โอโมอิเดะโยโกะโฉะ” เป็นตรอกเล็กๆ ที่อยู่ทางทิศตะวันตกของสถานีชินจูกุ ในตรอกนี้มีบาร์เล็กๆ แบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า “อิซะกะยะ” เรียงรายอยู่ตามสองข้างทาง อาหารที่ขายกันหลักๆ ของย่านนี้คือของย่างเสียบไม้ ที่รับประทานได้ง่ายๆ

    ร้านอาหารซูชิ มะมิเระ (Sushi mamire)
    ซูชิที่ร้านซูชิมะมิเระเป็นซูชิที่สดและอร่อยมากๆ มีให้เลือกรับประทานแบบเป็นจานเดี่ยวหรืออาหารเซ็ท พร้อมกันนั้นสถานที่ก็มีให้เลือกทั้งที่เป็นเคาน์เตอร์บาร์และโต๊ะ มีความเป็นส่วนตัว

ประมาณ 15 นาที

โรงแรมเซ็นทรัล โตเกียว

  • Chaiwat Chantasakuldech

    อยู่ใจกลางเมืองแบบสุดๆ ใกล้สถานีรถไฟ ล้อมไปด้วยร้านใหญ่ๆ ที่นักท่องเที่ยวชอบอย่าง Biccamera
    ดองกี้โฮเต้ และ Isetanตัวห้องค่อนข้างใหญ่ สบาย และสะอาด ทุกชั้นมีตู้กดน้ำอัตโนมัติ แค่ตู้น้ำอย่างเดียวก็มีเครื่องดื่มเยอะแยะน่าสนใจเต็มไปหมด ราคาก็คุ้มค่าสมคุณภาพ

  • นส. ลักขณา จริตกูล

    โรงแรมเซ็นทรัล โฮเทล โตเกียว
    โรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่สะดวกมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางมาเข้าพักจากสถานีชินจูกุ ใช้ทางออก East Exit สำหรับคนที่รักการช็อปปิ้ง การเข้าพักที่นี่ถือว่าเหมาะสมที่สุดเลยค่ะ เพราะว่าพอออกมาจากโรงแรมก็เจอร้านรวงมากมายและที่ประทับใจมากๆ ก็คือขนาดของห้องพักนั้นมีความกว้างขวางมากกว่าโรงแรมที่เป็น Business Hotel อื่นๆ ที่เคยพักมา

วันที่สอง

TOHOKU(IWATE)

สถานีโตเกียวmore

สถานีโตเกียว

อาคารมารุโนะอุจิของสถานีโตเกียวได้รับการอนุรักษ์และบูรณะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคมปี 2012 เป็นอาคารอิฐสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของสถานีโตเกียวที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมานานได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับประวัติศาสตร์และความยิ่งใหญ่ของตัวอาคารเดิมที่มีอายุกว่าร้อยปี และยังเป็นการเปิดให้บริการอีกครั้งของโรงแรมสถานีโตเกียวและหอศิลป์สถานีโตเกียว โดยโรงแรมถือว่าเป็นโรงแรมเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในย่านที่มีทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น การตกแต่งภายในเป็นแบบสไตล์ยุโรปคลาสสิกและดูภูมิฐานผสมผสานกับความงดงามของอาคารมารุโนะอุจิภายนอก

  • Chaiwat Chantasakuldech

    สนุกทุกทีที่ต้องเลือกข้าวกล่องขึ้นรถไฟ แค่ข้าวกล่องก็น่าจะเขียนเป็นเรื่องราวได้อีก Blog เต็มๆ ตอนเลือกเอคิเบงก็สนุก แต่สิ่งที่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของญี่ปุ่นก็คงจะเป็นการได้ทานข้าวกล่องบนรถไฟพลางชมวิวที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทางนอกหน้าต่างเนี่ยแหละ คนต่างชาติมักจะไม่ค่อยกล้าลองเอคิเบง หรือมานั่งเลือกกันสักกันเท่าไหร่ แต่ก็อยากจะสื่อถึงเสน่ห์เรื่องนี้ออกไปว่าเป็นอาหารที่หน้าตาสวยงาม และแหวกแนว หาที่ประเทศไหนไม่ได้อีกแล้ว

  • นส. ลักขณา จริตกูล

    ข้าวกล่องที่สถานีรถไฟโตเกียว
    คนญี่ปุ่นเรียกข้าวกล่องที่ขายให้ผู้โดยสารเช่นตามสถานีรถไฟว่า “เอกิเบน” เสน่ห์ของเอกิเบนอยู่ตรงที่แต่ละสถานีก็จะมีเอกิเบนของตนเอง ส่วน ความน่าสนใจของร้านเอกิเบนที่สถานีโตเกียวก็คือ ที่นี่รวบรวมข้าวกล่องที่มีชื่อเสียงเอาไว้มากมาย แถมยังมีข้าวกล่องที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลอีกด้วย

JR Shinkansen Hayabusa(JR EAST PASS) ดูรายละเอียด

  • Chaiwat Chantasakuldech

    ขึ้นกี่ครั้งก็ยังตกใจในความเร็ว ความสะอาดก็เช่นกัน สะดวกสุดๆ เมื่อมี JR East Pass(Tohoku Area) แล้วก็สะดวกด้วยที่ไม่ต้องคอยซื้อตั๋วหลายๆ รอบแถมขึ้นชินคันเซนได้ในราคาประหยัดด้วย คนไทยไม่ค่อยรู้ว่า JR Pass มีหลายแบบมาก เลยอยากแนะนำให้ซื้อตั๋วแบบนี้

  • นส. ลักขณา จริตกูล

    การเดินทางด้วยรถไฟชินกังเซนก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะท่านที่มี JR EAST Pass ก็นับว่าสะดวกสบายและคุ้มค่ามากๆ เลยค่ะ ที่นั่งก็สบาย กว้างขวาง

สถานีอิชิโนเซกิ

JR สายโอฟูนาโตะ สถานีอิชิโนเซกิ→สถานีเกบิเค
30 นาที

หุบเขาเกบิเคอิmore

หุบเขาเกบิเคอิ

เป็นหุบเขายาวประมาณ 2 กิโลเมตรที่เกิดจากการกัดเซาะหินปูนของแม่น้ำสะเทะซึกาว่า หน้าผาสูงประมาณ 100 เมตรตั้งตระหง่านอยู่สองฝั่ง กระแสน้ำที่ไหลอย่างเงียบๆ คนแจวเรือบนเรือพายที่ล่องไปตามแม่น้ำร้องเพลง "เกบิโออิวาเกะ" นอกจากนี้ดอกวิสทีเรียสีม่วงที่บานอยู่บนหน้าผานี้ตอนต้นฤดูใบไม้ผลินั้นสวยงามมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผาดอกวิสทีเรียที่ตระหง่านอยู่ข้างสายน้ำใสนั้น ในฤดูกาลดอกไม้จะมีพวงดอกไม้สีม่วงสดใสบานห้อยลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

  • Chaiwat Chantasakuldech

    สวยเหมือนสวรรค์ วิวทิวทัศน์ที่แสนสวยงามนี้จะให้บรรยากาศแตกต่างกันไปตามฤดูกาล ทำให้อยากมาเยือนอีก ส่วนเรือที่นั่งก็ดีมาก และทำให้ได้รู้สึกถึงความเป็นญี่ปุ่นที่แตกต่างไปจากในเมืองใหญ่ Kamameshi ที่หุง
    ร้อนๆ ทานตอนอากาศหนาวๆ แล้วอร่อยมาก อยากกลับมาอีกครั้งในวันหิมะตก ครั้งนี้ที่มีฝนตกตลอด แต่นั่นก็ทำให้ดูสวยงามลึกลับไปอีกแบบ

    เป็นประสบการณ์ที่สนุกและแปลกใหม่ในการทำกระดาษสา
    ด้วยตัวเอง แถมต้องใช้เวลประมาณหนึ่งสัปดาห์กว่าจะแห้ง ทำให้ถึงกับต้องทึ่งในฝีมือและจิตวิญญาณของช่างฝีมือญี่ปุ่นเลย (ถ้าหากจ่ายค่าไปรษณีย์เอาไว้ จะามีบริการส่งข้ามประเทศให้ด้วย ยอดมากๆ) เจ้าหน้าที่สอนวิธีการทำเป็นภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่ ทำให้เรารู้สึกสนุก และร่วมทำกิจกรรมได้อย่างสบายใจ

  • นส. ลักขณา จริตกูล

    ล่องเรือที่แก่งเกบิเก
    แก่งเกบิเกเป็นหนึ่งในร้อยสถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำของประเทศญี่ปุ่น หน้าผาในบริเวณนั้นมีความแปลกตาแม่น้ำมีความลึกเพียง 1 เมตร แต่ว่าน้ำในแก่งนั้นใสมากๆ แต่ละจุดที่เรือผ่านนั้น มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ ซึ่งพนักงานที่พายเรือจะเป็นผู้อธิบายให้เราฟัง
    นักท่องเที่ยวสามารถมาล่องเรือชมความงามของแก่งเกบิเกได้ทุกฤดูกาล สามารถเลือกที่จะนั่งเรือชมธรรมชาติเพียงอย่างเดียวหรือถ้าหากต้องการรับประทานอาหารไปด้วยระหว่างที่ล่องเรือก็สามารถทำได้เช่นกัน ทัวร์ล่องเรือใช้เวลาไป-กลับประมาณ 90 นาที

    ทดลองทำกระดาษสาด้วยตนเอง
    อีกหนึ่งกิจกรรมสนุกๆ ใกล้ๆ แก่งเกบิเกก็คือนักท่องเที่ยวมีโอกาสได้ทดลองทำกระดาษสา ตกแต่งลวดลายบนกระดาษให้สวยงามด้วยดอกไม้ใบไม้ที่เก็บมาสดๆ เมื่อตกแต่งกระดาษจนเป็นที่พอใจแล้ว ต้องปล่อยให้แห้งประมาณ 1 อาทิตย์ หลังจากนั้นทางร้านจะส่งกระดาษที่เราทำไว้ไปยังที่อยู่ที่เราแจ้งทางร้านไว้

JR สายโอฟูนาโตะ สถานีเกบิเคอิ→สถานีอิชิโนเซกิ
ประมาณ 30 นาที

เปลี่ยนขบวนรถไฟที่สถานีอิชิโนเซกิ
JR สายหลักโทโฮคุ สถานีอิชิโนเซกิ→สถานีฮิราอิซูมิ
ประมาณ 7 นาที

วัดชูซอนจิmore

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ

วัดชูซอนจิ

สร้างขึ้นโดยจิกากุไดชิ เมื่อต้นศตวรรษที่ 12 คิโยะฮาระ ต้นตระกูลโอชูฟุจิวาระ ได้สร้างสิ่งก่อสร้างทางศาสนามากมายเช่น เจดีย์ และวิหารใหญ่สองชั้น เพื่อเป็นการปลอบประโลมดวงวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตจากสงครามอันยาวนานที่เรียกว่า สงครามเก้าปีก่อน, สงครามสามปีหลัง จึงได้สร้างแผ่นดินทางพุทธศาสนาขึ้นมา แม้ว่าเจดีย์และวิหารเหล่านั้นได้ถูกไฟไหม้เมื่อศตวรรษที่ 14 ปัจจุบันยังคงเป้นคลังสมบัติของยุคเฮอันที่บอกเล่าถึง สมบัติของชาติและสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญกว่า 3000 ชนิด เริ่มตั้งแต่คอนจิคิโด (วิหารทองคำ)

  • Chaiwat Chantasakuldech

    สวยและใหญ่มากในระดับที่ใช้เวลาอยู่วัดนี้ได้หนึ่งวันเต็มๆ โดยเฉพาะในส่วนของ Konjikido รวมไปถึงเรื่องราวเหตุผลในการสร้างและอายุที่นานเก่าแก่ เพราะว่าได้เป็นมรดกโลกแล้ว เลยมีคนมาเที่ยวเยอะ ภายในวัดบางส่วนห้ามถ่ายรูป เราจึงต้องมองและเก็บไว้ในความทรงจำ ถนนที่มาถึงวัดอาจจะลำบากสักนิดสำหรับผู้สูงอายุ แต่ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้สัมผัสกับการเดินทางแบบคนญี่ปุ่นจริงๆ แต่สำหรับนักเดินทางที่ยังหนุ่มสาวอยู่ นี่คงเป็นความทรงจำที่ดีที่ได้มาเลยทีเดียว

    เป็นครั้งแรกที่ได้ฟัง Shamisen และตกใจมากที่สายสามเส้นสามารถเล่นเป็นเพลงได้ขนาด
    นี้ ตัวคนเล่นยังให้ลองจับ Shamisen แถมชวนให้ถ่ายรูปด้วยกันด้วย นอกจากนี้บางทียังมีการแสดงดนตรีพื้นบ้านอื่นๆ นอกจาก Shamisen ถ้ามีโอกาสก็อยากมาฟังอีก。

  • นส. ลักขณา จริตกูล

    มรดกทางวัฒนธรรม - วัดจูซนจิ
    วัดจูซนจิเป็นวัดที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากเราเดินขึ้นเขาไปโดยมีจุดหมายคือวิหารสีทองของวัดจูซนจิและได้พบถนนสองข้างทางเป็นต้นสนซีดาร์ที่งดงาม
    จุดที่ไม่ควรพลาดชมของวัดแห่งนี้คือส่วนของวิหารสีทอง อุโบสถ หอเก็บสมบัติและพระสูตรแห่งวัดจูซนจิ

    ชะมิเซน
    เครื่องดีดชนิดนี้มีสามสาย ไม่น่าเชื่อว่าเครื่องดนตรีที่มีเพียงสามสายและมีผู้เล่นเพียงคนเดียวจะสามารถสร้างบทเพลงที่ไพเราะอย่างมากได้ ยิ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ชมการแสดงนี้แต่ก็เลยยิ่งรู้สึกประทับใจ

JR สายหลักโทโฮคุ สถานีฮิราอิซูมิ→สถานีท่าอากาศยานฮานามากิ
ประมาณ 45 นาที

จากสถานีท่าอากาศยานฮานามากิโดยรถแท็กซี่
ประมาณ 10 นาที

ฮานามากิ ออนเซ็นmore

ฮานามากิ ออนเซ็น

น้ำพุร้อนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1923 โดยใช้น้ำที่มาจากไดออนเซ็น ต้นซากุระ ไม้สนแดง และสวนกุหลาบที่มีนาฬิกาแดดประดับด้วยแปลงดอกไม้ซึ่งออกแบบโดยนักกวีและนักประพันธ์นามว่าเค็นจิ มิยาซาวะ ก็ช่วยสร้างบรรยากาศอันงดงามและเงียบสงบให้แก่ที่แห่งนี้ ฮานามากิ ออนเซ็นเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในญี่ปุ่นว่าเป็นรีสอร์ทน้ำพุแห่งโทโฮคุตอนเหนือ น้ำของน้ำพุร้อนสามารถช่วยรักษาโรคไขข้อและโรคประสาทได้

  • Chaiwat Chantasakuldech

    ได้เข้าพักที่ Ryokan แถว Shidotaira Onsen ในแหล่งออนเซ็น Hanamaki เงียบสงบ เหมือนความฝัน ต่างจากวันแรกที่วุ่นวายใน Tokyo ประทับใจที่สุดคืออาหารเย็นแบบ
    Kaiseki ที่ใช้วัตถุดิบฤดูใบไม้ร่วง Onsen ในห้องนอนเป็นส่วนตัวและสะดวกสบาย สามารถนอนมองวิวทิวป่า
    ด้านนอกไปพร้อมกับแช่น้ำและจิบสาเก ห้องพักกว้าง และแบ่งสัดส่วนห้องน้ำ ห้องอาบน้ำเอาไว้ชัดเจนดี ส่วนการบริการก็สุภาพมาก อาหารเช้าแบบญี่ปุ่นก็อร่อย ถึงจะเป็น Ryokan ต่างจังหวัด แต่ในห้องพักมีปลั๊กไฟอยู่เยอะ นักท่องเที่ยวสมัยนี้มีพกทั้ง Smartphone Tablet โน้ตบุค กล้อง เยอะแยะ การมีเตรียมเอาไว้เยอะๆ ทำให้รู้สึกว่าทางที่พักใส่ใจดี

  • นส. ลักขณา จริตกูล

    โรงแรมยูเซน ชิดะเทะ
    ที่นี่อยู่ในชิโดไทระออนเซ็น แห่งเมืองออนเซ็นฮานะมากิ และมีห้องพักทั้งแบบตะวันตกและแบบเรียวกัง ให้บริการ ห้องพักมีความสวยงาม กว้างขวาง มีพื้นที่ใช้สอยเยอะมาก
    ในส่วนของห้องนั่งเล่น พื้นปูด้วยเสื่อตะตะทิให้อารมณ์แบบญี่ปุ่น
    ความพิเศษคือแต่ละห้องมีออนเซนส่วนตัว ทำให้เราไม่ต้องเคอะเขินกับการใช้ออนเซนร่วมกับผู้อื่น จากบ่อออนเซนในห้องที่อยู่กลางแจ้ง เราสามารถมองเห็นป่าสนฝั่งตรงข้ามค่ะสำหรับอาหารที่นี่ก็อร่อยมากๆ ทั้งอาหารชุดไคเซกิในตอนค่ำและอาหารเช้าแบบญี่ปุ่นค่ะ

วันที่สาม

ฮานามากิ ออนเซ็น

ไปยังสถานีท่าอากาศยานฮานามากิโดยรถแท็กซี่
ประมาณ 10 นาที

JR สายหลักโทโฮคุ สถานีท่าอากาศยานฮานามากิ→สถานีโมริโอกะ
ประมาณ 7 นาที

ฟาร์มโคอิวาอิmore

ฟาร์มโคอิวาอิ

ฟาร์มโคอิวาอิที่ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาอิวาเตะอันงดงามพร้อมทุ่งหญ้าเขียวชอุ่มที่กว้างสุดลูกหูลูกตานั้นเป็นฟาร์มของเอกชนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี ฟาร์มมีขนาดประมาณ 3,000 เฮคเตอร์ กิจการของฟาร์มจะประกอบไปด้วยการเลี้ยงโคนม การปลูกต้นไม้ ธุรกิจป่าไม้ และการท่องเที่ยว ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เช่น วัวและแกะท่ามกลางธรรมชาติและความงดงามของฤดูกาลที่ผลัดเปลี่ยน

  • Chaiwat Chantasakuldech

    มีกิจกรรมให้ทำมากมายใน Farm แห่งนี้ น่าจะเหมาะทั้งกับคู่รักที่มาเที่ยวเองและครอบครัวที่มาด้วยกัน ได้ทดลองชิมอาหารและผลผลิตใหม่ๆ จากไร่ การเดินทางแม้จะดูไกลเล็กน้อยแต่ก็สะดวกเพราะมี Bus ที่วิ่งตรงจาก Morioka Station โดยไม่แวะ
    ที่ไหน ส่วนตัวเห็นนมของ Koiwai Farm ตาม Supermarket มานานแล้วจึงยิ่งชอบที่ได้มาถึง Farm จริงๆ ดีที่วันนี้อากาศแจ่มใส ได้ชมการแสดงของแกะและสุนัขด้วย โดยเฉพาะน้องแกะนี่ตัวกลมฟูเวลาวิ่งน่ารักสุดๆ ที่นี่มีโรงงานเล็กๆ ให้ได้ดูการผลิตนมและชีส กับให้ทดลองชิมด้วย สำหรับคนที่ไม่ชอบเดินหรือมีเวลาเที่ยวจำกัด ขอแนะนำให้นั่งรถบัสที่วิ่งภายในสวยแบบเสียเงินเพิ่มเลย

  • นส. ลักขณา จริตกูล

    โคอิวะอิ ฟาร์ม
    ฟาร์มแห่งนี้มีผลิตภัณฑ์นม เนย ชีสที่อร่อยขึ้นชื่อ
    สถานที่ของฟาร์มมีความกว้างขวาง มีการแสดงของแกะ น่ารักและสนุกสนานมากๆ เลยค่ะ

    ใกล้กันนั้น มีทุ่งดอกคอสมอสอยู่ ด้านหลังมีภูเขาไฟอิวะเตะซังเป็นฉากหลัง ดูสวยงามแล้วก็ยิ่งใหญ่มากเลยค่ะ
    ภายในฟาร์มมีห้องอาหาร ในเซ็ทอาหารกลางวันมีนมสดมาให้ด้วย อร่อยมากๆ เลยค่ะ

โคอิวาอิ โนโจ มากิบาเอ็น→สถานีโมริโอกะ

สถานีโมริโอกะmore

สถานีโมริโอกะ

สถานีโมริโอกะถือเป็นประตูของการไปท่องเที่ยวอิวาเตะ นอกจากจะมีข้อมูลด้านการท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นจุดที่รวบรวมอาหารและของฝากที่สะดวก มีอาหารของอิวาเตะที่ต้องลองชิมเช่น สามบะหมียอดนิยมของโมริโอกะและขนมปังที่เป็นที่นิยมของคนท้องถิ่น เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีของที่ระลึกหลากหลายมากมายเช่น ขนม , งานฝีมือแบบดั้งเดิม และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

  • Chaiwat Chantasakuldech

    ที่นี่สมกับเป็นเมืองศูนย์กลางของ Iwate เพราะมีทุกสิ่งให้เลือกสรรไม่ต่างจากใน Tokyo แต่ก็ยังคงมีบรรยากาศเงียบ
    สงบในบางมุมที่ไม่วุ่นวาย ที่นี่มีอาหารประจำท้องถิ่นอย่าง Wanko Soba อยู่ คราวหน้าที่มาอยากจะหาเวลามาลองชิมให้ได้เลย เห็นว่ามีถนนที่เรียกว่า “Wanko Road” ด้วย

  • นส. ลักขณา จริตกูล

    เดินเล่นที่ใกล้ๆ สถานีโมริโอกะ
    ในเมืองโมริโอกะก็มีที่ให้เดินเล่นหลายที่เหมือนกัน มีทั้งวัดและศาลเจ้าที่มีประวัติที่น่าสนใจ
    อย่างที่ๆ เราได้ไปคือ “Demons hand prints in the rocks”ของศาลเจ้ามิตสึอิชิ (Mitsuishi Shrine) เป็นหินที่เชื่อว่ามีลอยมือของยักษ์ แล้วก็ยังมีวัดที่มีประวัติที่น่าสนใจมากๆ พร้อมวัตถุมีค่าทางวัฒนธรรมที่ควรจะไปได้เห็นกับตาสักครั้ง วัดนี้มีชื่อว่าวัดฮูนจิ ภายในวัดมีรูปสลักพระอรหันต์ที่ทำมาจากไม้สน แล้วปิดด้วยทองจำนวนราว 500 องค์เรียงรายกันอยู่ ในอุโบสถ
    ที่สำคัญอย่าลืมชิมเอกิเบน ของขึ้นชื่อของที่นี่นะคะ

JR Shinkansen Hayabusa(JR EAST PASS) ดูรายละเอียด

สถานีโตเกียว

  • Chaiwat Chantasakuldech

    เป็นอีก Trip ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่มีเสน่ห์ หากมีโอกาสก็อยากกลับมา Iwate อีกครั้ง แต่การมาต่างจังหวัดโดยมี
    คนญี่ปุ่น [โดยเฉพาะคนท้องถิ่นในเมืองนั้นๆ] ช่วยนำทางยิ่งสนุกกับการท่องเที่ยวได้มากขึ้น ที่ชอบเป็นพิเศษทิ้งท้ายก็คือ Trip นี้ไม่ใช่การขึ้นรถ Bus หรือ
    Taxi แล้วก็ลงมาถ่ายรูปตามจุดท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ได้เที่ยวแบบสัมผัสญี่ปุ่นจริงๆ เลย

  • นส. ลักขณา จริตกูล

    การได้มาเที่ยวในครั้งนี้ ได้รับความประทับใจเป็นอย่างมากเพราะว่าได้ไปหลายๆ ที่ บางสถานที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอยู่ในเมืองอย่างเช่นตรอกโอโมอิเดะ ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ได้รู้ว่าสวนสาธารณะในโตเกียวมีความใหญ่โตและสวยงามแค่ไหน ซึ่งไม่ได้มีแค่ต้นไม้แต่ยังไม่สิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ ซ่อนอยู่ นอกจากนี้ยังได้ไปต่างจังหวัดที่มีธรรมชาติที่สวยงามอย่างจังหวัดอิวะเตะ สถานที่ๆ สวยงามตามธรรมชาติ ทริปนี้ทำให้รู้สึกว่าอยากจะแบ่งปันข้อมูลการท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสมา ส่งต่อให้กับคนที่อยากจะมาสัมผัสทั้งความเป็นเมืองและความเป็นธรรมชาติของญี่ปุ่นค่ะ

เสียงจากนักท่องเที่ยว

เป็นการเดินทางของสองโลกระหว่างความคึกคักแห่ง Tokyo และความสงบแห่ง Iwate แต่ทั้งสองด้านใกล้กันมาเมื่อเดินทางด้วย JR East Pass(Tohoku Area) หนึ่งใบ

Chaiwat Chantasakuldech

ที่อยู่อาศัย:ไทย
  • งานอดิเรก

    การเขียน Blog, Online Marketing, Business และ เทคโนโลยีใหม่ๆ (โดยเฉพาะ Smartphone)

  • จำนวนครั้งที่มาประเทศญี่ปุ่น

    มากกว่า 20 ครั้ง

เสียงจากนักท่องเที่ยว

ถือเป็นทริปที่ดีเยี่ยมน่าประทับใจมากๆจนอยากใช้เวลาอีกสัก 1 คืนเพื่อที่จะได้ชมแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจในจังหวัด

นส. ลักขณา จริตกูล

ที่อยู่อาศัย:ญี่ปุ่น
สถานที่เกิด:ไทย
  • งานอดิเรก

    เขียนหนังสือ, ทำเพจเกี่ยวกับญี่ปุ่น, ท่องเที่ยว, ถ่ายภาพ

  • ระยะเวลาที่พักอยู่ในโตเกียว

    1 ปี 3 เดือน

เส้นทางอื่นที่แนะนำในภูมิภาคเดียวกัน

แชร์เว็บไซต์นี้ให้ทุกคนกันเถอะ

การคมนาคมขนส่ง

เส้นทางท่องเที่ยวแนะนำและยอดนิยม

เส้นทางที่น่าสนใจอื่นๆ

COPYRIGHT © TOHOKU × TOKYO ALL RIGHTS RESERVED.

Back to Top